พ.ร.บ.ลดโลกร้อน (Climate Change Act) กับบทบาทใหม่ของธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสู่ผู้นำด้าน Low Carbon Solutions

พ.ร.บ.ลดโลกร้อน (Climate Change Act) กับบทบาทใหม่ของธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสู่ผู้นำด้าน Low Carbon Solutions

โดย ดร.สุพัฒนา วิชากูล

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก และประเทศไทยเองก็ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ล่าสุด ประเทศไทยกำลังจะประกาศใช้ พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.บ.ลดโลกร้อน (Climate Change Act)  ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2568 นี้นั้น

ซึ่งพ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นกฎหมายที่มีเป้าหมายหลักเพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงานของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการรับมือและปรับตัวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน กฎหมายฉบับนี้ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับ ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement 2015) มุ่งเน้นให้ประเทศไทยมีมาตรการที่ชัดเจนและเป็นระบบในการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

การประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสสำคัญสำหรับบริษัทที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานในการเข้ามามีบทบาทสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ ให้สามารถปรับตัวและปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาระสำคัญของ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉบับนี้ประกอบด้วย 14 หมวดหลัก ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้:

หมวด 1: บททั่วไป

กำหนดคำนิยามและหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการจัดการด้านภูมิอากาศ

หมวด 2: เป้าหมายการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

กำหนดเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น การลดก๊าซเรือนกระจก ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2608

หมวด 3: คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ

ตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติการ รวมถึงกำกับดูแลมาตรการด้านก๊าซเรือนกระจกและความร่วมมือระหว่างประเทศ

หมวด 4: กองทุนภูมิอากาศ

จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการให้เงินช่วยเหลือและสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

หมวด 5: แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ

กำหนดกรอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติของประเทศ เพื่อให้ทุกหน่วยงานรัฐดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ

หมวด 6: ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก

จัดทำฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของประเทศ เพื่อการตรวจสอบ การคำนวณ และการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ

หมวด 7: การลดก๊าซเรือนกระจก

กำหนดแผนปฏิบัติการในการลดก๊าซเรือนกระจก โดยใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยีสะอาด และการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน

หมวด 8: ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

จัดตั้งระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Trading) โดยกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดสรรสิทธิ การซื้อขาย และการกำกับดูแลตลาด

หมวด 9: กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน

กำหนดกลไกการปรับราคาคาร์บอนสำหรับสินค้านำเข้า เพื่อลดปัญหาการรั่วไหลของคาร์บอนและส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ

หมวด 10: ภาษีคาร์บอน

กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการลดคาร์บอนและการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด

หมวด 11: คาร์บอนเครดิต

กำหนดมาตรฐานและระบบการรับรองคาร์บอนเครดิต เพื่อสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเปิดโอกาสให้มีการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

หมวด 12: การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วางแผนรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การจัดการภัยพิบัติ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่อสภาพอากาศ

หมวด 13: มาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

กำหนดหลักเกณฑ์ในการจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอน

หมวด 14: บทกำหนดโทษ

ระบุบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามมาตรการรายงานก๊าซเรือนกระจก การปล่อยก๊าซเกินกำหนด และการหลีกเลี่ยงการชำระภาษีคาร์บอน

จะเห็นว่าพรบ.ฉบับนี้ ได้กำหนดแนวทางและมาตรการสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจที่ต้องมีการรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างถูกต้อง โปร่งใส และได้รับการทวนสอบตามมาตรฐานสากล ซึ่งกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสทางธุรกิจของ บริษัทที่ปรึกษา ในด้านต่าง ๆ โดยตรง

หนึ่งในประเด็นสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ การกำหนดระบบรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกและการทวนสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ส่งผลต่อภาคเอกชนในทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทที่ปรึกษาสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยองค์กรภาคเอกชน จัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ของกิจการและผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งพัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

นอกจากนี้ ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Trading System) และมาตรการภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ยังสร้างโอกาสสำหรับบริษัทที่ปรึกษาในแง่ของ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต และ การวางแผนกลยุทธ์การลดต้นทุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามกฎหมายและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

บทบาทใหม่ของธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสู่ผู้นำด้าน Low Carbon Solutions

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เพียงส่งผลต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั่น แต่ยังทำให้บริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและการบริหารโครงการต้องปรับตัว จากการดำเนินงานตามแนวทางเดิมไปสู่แนวทางที่คำนึงถึงการลดคาร์บอนมากขึ้น เช่น

  • ที่ปรึกษาด้านการก่อสร้าง (Construction Management Consultant) เดิมที่ปรึกษางานก่อสร้างเน้นการควบคุมต้นทุนและคุณภาพของโครงการ แต่ในปัจจุบันสามารถ ขยายบทบาทเป็นที่ปรึกษาด้าน Low Carbon Construction โดยแนะนำวิธีการเลือกใช้วัสดุที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คอนกรีตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Concrete) หรือเหล็กรีไซเคิล ตลอดจนวางแผนการก่อสร้างเพื่อลดของเสียและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมและพลังงาน
    บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานสามารถให้บริการเกี่ยวกับ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency) และการปรับใช้พลังงานหมุนเวียน ในโรงงานและอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการภาษีคาร์บอนที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้
  • ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิต
    ภายใต้ระบบซื้อขายสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทที่ปรึกษามีโอกาสพัฒนาโครงการด้านคาร์บอนเครดิต เช่น โครงการปลูกป่าดูดซับคาร์บอน (Reforestation Carbon Offset) หรือ โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถลดคาร์บอนได้ตามเป้าหมายและสามารถขายคาร์บอนเครดิตในตลาด
  • ที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์และการเงิน
    เนื่องจากภาครัฐได้จัดตั้งกองทุนภูมิอากาศเพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงการที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก บริษัทที่ปรึกษาสามารถช่วยภาคเอกชนเข้าถึงเงินทุนสนับสนุน รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนในธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นกฎหมายสำคัญที่เปลี่ยนโฉมการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยองค์กรปรับตัว ปฏิบัติตามข้อกำหนด และใช้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และความยั่งยืน บริษัทที่ปรึกษาสามารถช่วยให้ภาคธุรกิจไทยเติบโตไปพร้อมกับแนวโน้มเศรษฐกิจสีเขียวของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

บทบาทใหม่ของบริษัทที่ปรึกษา จากที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสู่ผู้นำด้าน Low Carbon Solutions

แชร์ไปยัง :

อาเซียนเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันทะยานสู่ท้องฟ้าที่เปิดกว้าง

ระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) เพิ่มคุณภาพชีวิตคนเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ

โอกาสและความท้าทายของธุรกิจในยุคดิจิทัล

คุณชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน)  เทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้น ได้มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นับตั้งแต่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม (ปีค.ศ.1900) เป็นต้นมา โดยในทศวรรษนี้ ได้มีการพัฒนาการที่เกิดขึ้นในหลายๆ ด้านอย่างรวดเร็วกว่าในอดีตมาก ทั้งจากความสามารถของคอมพิวเตอร์ ทั้งด้านขนาดความจุ หน่วยความจำ และความเร็วในการคิดคำนวณ อีกทั้งระบบเซ็นเซอร์ และระบบสื่อสารโทรคมนาคมแบบไร้สาย ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าไปอย่างมาก และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว