ผลการดำเนินงานมิติสังคม
ผลการดำเนินงานด้าน ESG – มิติสังคม
สิทธิมนุษยชนและการตรวจสอบอย่างรอบด้าน (Human Rights & Human Rights Due Diligence)
บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจนผ่านคณะกรรมการและฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยบูรณาการหลักการสากล (UDHR, UNGPs, ILO) เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งนี้ บริษัทได้วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการซึ่งเป็นความเสี่ยงหลัก ควบคู่ไปกับการรักษามาตรการความปลอดภัยและช่องทางร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมขยายผลการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจไปยังคู่ค้า เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่โปร่งใสและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน


ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) บูรณาการนโยบาย ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเข้ากับกระบวนการบริหารจัดการทุกระดับ เพื่อดูแลสุขภาวะพนักงานและคู่ค้า มุ่งเน้นการป้องกันเชิงรุกผ่านกิจกรรม 5 ส การตรวจสุขภาพประจำปี และการฉีดวัคซีนป้องกันโรค พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมผ่านช่องทางสื่อสารภายในเพื่อรายงานความเสี่ยง ให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะความปลอดภัยผ่านการฝึกอบรมที่ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่หลักสูตรพื้นฐาน การบริหารความปลอดภัย ไปจนถึงการปฏิบัติงานเฉพาะด้าน ยึดมั่นการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยองค์กรที่เข้มแข็ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุฉุกเฉินและรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีของบุคลากรซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด แนวปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการความยั่งยืนด้านสังคม (Social) ตามมาตรฐานการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
การดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในปี 2568 บริษัทมีอุบัติเหตุจากการทำงานที่ไม่ได้หยุดงานจำนวน 1 ราย และอุบัติเหตุที่ทำให้หยุดงานจำนวน 4 ราย ส่งผลให้อัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) อยู่ที่ 0.33 ซึ่งแม้จะเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2567 แต่บริษัทยังคงบรรลุเป้าหมายสำคัญในการไม่พบอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงานตามหลักการสากล ได้แก่ UDHR, UNGPs และมาตรฐาน ILO โดยบูรณาการนโยบายเข้าสู่โครงสร้างการกำกับดูแลของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน พร้อมกำหนดกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) เพื่อทบทวนการดำเนินงานและจัดการความเสี่ยงทุก 3 ปี ควบคู่ไปกับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนประจำปีที่ครอบคลุมถึงห่วงโซ่อุปทานผ่านการบังคับใช้จรรยาบรรณคู่ธุรกิจอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจถึงการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการป้องกันการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนความสำเร็จผ่านผลการดำเนินงานที่ไม่มีเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการรักษาสถิติเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความเท่าเทียมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นศูนย์ ตอกย้ำความโปร่งใสและการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทางของ FTSE Russell อย่างครบถ้วน

การมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม (Community Engagement)
การดำเนินงานด้านความยั่งยืนมิติสังคมของบริษัทฯ ยึดหลักเกณฑ์ของ FTSE Russell ผ่านการบริหารจัดการผลกระทบเชิงรุกและการสร้างคุณค่าร่วม โดยในด้านการบริหารจัดการผลกระทบ บริษัทได้นำเครื่องมือ Social Impact Assessment (SIA) มาใช้ควบคุมความเสี่ยงด้านมลภาวะ การจราจร และวิถีชีวิตชุมชนในโครงการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ส่วนด้านการสร้างคุณค่าร่วม บริษัทได้นำจุดแข็งทางวิศวกรรมมาพัฒนาทักษะวิชาชีพแก่เยาวชนและภาคประชาชน ควบคู่ไปกับกิจกรรมจิตอาสาและการสนับสนุนด้านการศึกษาเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ โครงการอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากรเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนในการบูรณาการธุรกิจเข้ากับประโยชน์ของสังคมผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี ลดข้อร้องเรียน และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย อันเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเติบโตขององค์กรควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืนที่ FTSE Russell ให้ความสำคัญอย่างเป็นรูปธรรม


Action Plan Documentation
บริษัทได้ยกระดับระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับมาตรฐาน FTSE Russell โดยในด้านความปลอดภัยได้มุ่งเน้นการป้องกันเชิงรุกผ่านการวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้าของอุบัติเหตุเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงในระบบงานสำคัญ ทั้งการบังคับใช้นโยบาย Safe Riding การติดตั้งมาตรการป้องกันการลื่นล้ม และการใช้ระบบ LOTO เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายลดอัตราการบาดเจ็บรุนแรงจนถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2570 พร้อมทั้งริเริ่มระบบรายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) ผ่านช่องทางดิจิทัลในปี 2569 เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกันและเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเผยข้อมูลต่อ FTSE Russell ในปี 2571 ในส่วนของการจัดการสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ดำเนินนโยบายที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานกฎหมายโดยอ้างอิงค่าแนะนำขององค์การอนามัยโลกสำหรับพื้นที่อ่อนไหว พร้อมนำเทคโนโลยี BIM และการประเมินวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) มาใช้เพื่อลดขยะก่อสร้างและคัดเลือกวัสดุคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลของเสียและการลดก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล ซึ่งจากการตรวจสอบค่าคุณภาพอากาศพบว่ายังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยกว่ามาตรฐานที่กำหนด โดยบริษัทยังคงเดินหน้ากำหนดเป้าหมายเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและโปร่งใสตามเกณฑ์สากล
