สารจากประธานกรรมการ
นายระพี ผ่องบุพกิจ
ประธานกรรมการบริษัท
ปี 2568 ยังคงเป็นปีแห่งความเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากงานภาครัฐเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 76% ทั้งธุรกิจที่ปรึกษาและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง จากการรับงานโดยตรงและโดยอ้อมผ่านบริษัทเอกชนผู้รับจ้างของภาครัฐ ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์โลก
นอกเหนือไปจากการเติบโตของผลประกอบการแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพงานและการดำเนินงานตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทฯ ไม่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างหรือควบคุมงานในโครงการที่มีประเด็นเป็นข่าวในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณชน โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในกรุงเทพมหานครและมีอาคารจำนวนมากได้รับความเสียหาย บริษัทฯ ได้จัดตั้ง “ศูนย์ให้คำปรึกษาเบื้องต้นอาคารที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว” เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมโครงสร้างมาช่วยเหลือประชาชนและหน่วยงานภาครัฐในการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและเป็นที่พึ่งให้แก่สังคมในยามวิกฤต
ในปี 2569 บริษัทฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์สู่ปี 2573 โดยมุ่งเป็นผู้ให้บริการครบวงจรระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทางธุรกิจ ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างรอบด้าน บริษัทฯ เน้นย้ำการให้บริการลูกค้าแบบบูรณาการภายใต้มาตรฐานสูงสุดและหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ทั้งในการดำเนินงานภายในองค์กรและการยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า โดยยังคงยึดหลัก Human in the Loop ซึ่งให้ความสำคัญกับบทบาทของบุคลากรในการกำกับดูแลและใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าหัวใจสำคัญขององค์กรที่ปรึกษาวิศวกรรมคือบุคลากร บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพ การจัดสวัสดิการที่เหมาะสม ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส และต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ ทั้งนี้ จากการประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านคอร์รัปชัน (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) ในปี 2568 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ปรับปรุงระบบ และดำเนินการฝึกอบรมผู้บริหาร และพนักงานตามข้อกำหนด และคำแนะนำของ CAC เพื่อให้มีความพร้อมในการยื่นขอการรับรองภายในปี 2569 อันเป็นการสะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต และการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเป็นรูปธรรม
ท้ายที่สุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่าน ที่มอบความเชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา ตลอดจนขอชื่นชมคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรด้วยความรับผิดชอบ ความเสียสละ และความทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล คำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย มุ่งพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้างการเติบโตและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป