โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมท่าเรือน้ำลึกทวาย และถนนเชื่อมด่านพุน้ำร้อนเมียนมา

เจ้าของโครงการ : ​บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ขอบเขตงานบริการ : ​ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมืองทวายตั้งอยู่ริมทะเลอันดามัน แคว้นตะนาวศรี เมียนมา อยู่ในเขตน้ำลึกที่เหมาะสำหรับการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก เมื่อโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายก่อสร้างแล้วเสร็จ เมืองทวายจะกลายเป็นเมืองท่าสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะเชื่อมต่อการเดินทางและขนส่งสินค้ากับมหาสมุทรอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา และสามารถขนส่งสินค้าได้มากถึง 100 ล้านเมตริกตันต่อปี โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. การสร้างระบบสาธารณูปโภค 2. การสร้างท่าเรือน้ำลึก และ 3. การสร้างนิคมอุตสาหกรรม ทีมกรุ๊ป ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ให้ทำการศึกษาและประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และแผนการจัดการสิ่งแวดล้อม (EMP) ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย

โครงการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกอง 4 สปป.ลาว

เจ้าของโครงการ : ​บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), Lao World Engineering & Construction Co., Ltd. และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ขอบเขตงานบริการ : ​ศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และ Lao World Engineering & Construction Co., Ltd. ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการเซกอง 4เอ และ 4บี โดยมอบหมายให้ ทีมกรุ๊ป ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และประเมินผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ขอบเขตของการดำเนินงาน รวมไปถึงการสำรวจภาคสนาม สำรวจภูมิประเทศ ด้านธรณีวิทยา อุทกวิทยาเศรษกิจ สังคม ป่าไม้ และสัตว์ป่า โครงการเซกอง 4เอ และ 4บี ตั้งอยู่บนลำน้ำเซกอง ทางเหนือของเมืองเซกอง ในภาคใต้ของ สปป.ลาวลักษณะโครงการเซกอง 4เอ เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัด สูง 75 ม. มีอาคารระบายน้ำล้นจำนวน 6 ช่องตรงกลางแนวสันเขื่อน ส่วนของอาคารชักน้ำและโรงไฟฟ้าอยู่ทางปีกขวา และท่อผันน้ำในช่วงระหว่างการก่อสร้างอยู่ที่ฐานด้านปีกซ้ายของตัวเขื่อน ระดับเก็บกักน้ำสูงสูดของโครงการเซกอง 4เอ อยู่ที่ +200 ม.รทก. สามารถติดตั้งเครื่องก

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงไฟฟ้าบ้านเลน

เจ้าของโครงการ : ​บริษัท กัลฟ์ บีแอล จำกัด ขอบเขตงานบริการ : ​ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโรงไฟฟ้าบ้านเลนของบริษัท กัลฟ์ บีแอล จำกัด ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 11.8825 ไร่ ในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าแบบโคเจนเนอเรชั่น มีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 137 เมกะวัตต์ ไอน้ำสูงสุดประมาณ 30 ตันต่อชั่วโมงหรือน้ำเย็นสูงสุดประมาณ 5,500 ตันความเย็น เพื่อจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อันเป็นการส่งเสริมให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า ตามโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer: SPP) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และช่วยแบ่งเบาภาระด้านการลงทุนของรัฐในระบบการผลิต และระบบจำหน่ายไฟฟ้า ภายหลังจากรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 โครงการมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ เช่น การเปลี่ยนแปลงจ

โรงไฟฟ้าศรีราชา ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด

เจ้าของโครงการ : ​บริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด ขอบเขตงานบริการ : ​ศึกษา สำรวจ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน บริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด ได้ทำสัญญาการซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าศรีราชา นิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในพื้นที่ 450 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของเอกชนรายใหญ่ โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิต มีกำลังสุทธิ 2,500 เมกะวัตต์ บริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง มีความสำคัญในการเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้า ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2010) โครงการคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2561 โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 40 เดือน ทีมกรุ๊ปเป็นผู้ศึกษากระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการทั้งทรัพยากรกายภาพและชีวภาพ โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นก่อนการพัฒนาโครงการ

โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4 – 7 อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

เจ้าของโครงการ : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอบเขตงานบริการ : ศึกษาและจัดทำรายงานการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีนโยบายปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าแม่เมาะอำเภอแม่เมาะจังหวัดลำปางซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนโดยใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงโดยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4 – 7 ซึ่งมีอายุการใช้งานครบ 25 ปีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้จะประกอบด้วยอาคารติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์และระบบสาธารณูปโภคต่างๆบนพื้นที่ประมาณ 44 ไร่มีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์โรงงานไฟฟ้าใหม่นี้จะปล่อยสารก่อมลพิษน้อยกว่าโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4 – 7 ในปัจจุบัน กฟผ. ได้มอบหมายให้ทีมกรุ๊ปทำการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพและจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าจะนะ หน่วยที่ 1-2 จังหวัดสงขลา

เจ้าของโครงการ  : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขอบเขตงานบริการ : ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจะดำเนินการปรับปรุงเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำ ให้สามารถเดินเครื่องได้ทั้งการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดีเซล โดยจะพิจารณาเพิ่มเติมอุปกรณ์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบจ่ายเชื้อเพลิง น้ำมันดีเซลและระบบ หรืออุปกรณ์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรองของโรงไฟฟ้าจะนะ ในกรณีที่มีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ หรือปริมาณก๊าซธรรมชาติไม่เพียงพอต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ทีมกรุ๊ปได้ดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามระบบการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (พ.ศ. 2555) รวมทั้งการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ตามแนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ โดยมุ่งเน้นเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการ และ/หรือจะมีผลกระทบต่อโครงการทั้งในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินการ ซึ่งจะคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 1 และชุดที่ 2 เป็นสำคัญ

การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางจิระ-อุบลราชธานี ของการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม

เจ้าของโครงการ : การรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสถานีชุมทางถนนจิระ และสิ้นสุดที่สถานีอุบลราชธานี ระยะทางรวมประมาณ 307.6 กิโลเมตร ประกอบด้วย 35 สถานี ซึ่งผ่านพื้นที่ทั้งหมด 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ทีมกรุ๊ป ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้การศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ

โครงการการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเกษตร เพื่อเพิ่มการฟื้นตัวและความยั่งยืนของพื้นที่สูง

เจ้าของโครงการ : ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย ขอบเขตงานบริการ : ที่ปรึกษาด้านวิชาการ โครงการนี้เป็นการสนับสนุนด้านวิชาการให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการสร้างขีดความสามารถของบุคคลากรและสถาบันเพื่อประเมินความเปราะบางของภาคการเกษตร สาธิตแนวปฏิบัติด้านเกษตรกรรมเท่าทันภูมิอากาศ (CSA) และเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์อาหารเกษตร รวมถึงสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นในการบูรณาการข้อกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการวางแผนการเกษตร โดยมุ่งเน้นถึงการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารในจังหวัดน่านเพื่อบรรลุผลในระยะยาวที่มีต่อ “การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการเกษตรในพื้นที่สูง” ซึ่งพื้นที่โครงการในจังหวัดน่านนี้จะเป็นพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ของเกษตรกรในภูมิภาคต่อไป คณะที่ปรึกษาที่ปฏิบัติงานนี้ ประกอบด้วย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) Nippon Koei Co, Ltd และ ทีมกรุ๊ป โดย ทีมกรุ๊ปเป็นฝ่ายสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญทางด้านมิติหญิงชายและพัฒนาสังคม และเกษตรดิจิทัล ข้อมูลโครงการสามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.ccaa.ait.ac.th

การศึกษาและจัดทำรายงานตามประมวลหลักการปฏิบัติ (CoP) และรายงานการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ESA) โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม

เจ้าของงาน : บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จะดำเนินการก่อสร้างโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เป็นการจัดการขยะมูลฝอยจากชุมชนโดยใช้เทคโนโลยีการกำจัดด้วยเตาเผาความร้อนสูงแบบแผงตะกรับ ความร้อนที่ได้สามารถนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ การจัดการขยะมูลฝอยด้วยวิธีดังกล่าว เป็นการลดปริมาณมูลฝอยที่จะต้องนำไปฝังกลบและยังเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ทีมกรุ๊ปได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ศึกษาและจัดทำรายงานประมวลหลักการปฏิบัติ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการประเมินมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

การศึกษาและจัดทำรายงานรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการ กิจการ หรือ การดำเนินการ ที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต ของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9

เจ้าของงาน : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8-9 มีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี ทำให้โรงไฟฟ้ามีประสิทธิภาพลดลง ด้วยเหตุนี้ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562 และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 (ต่อมาได้มีฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เมื่อ 19 มีนาคม 2563 และ 20 ตุลาคม 2563 ตามลำดับ) ได้กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9 ขึ้น เพื่อรักษาระดับกำลังผลิต ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคเหนือ รวมถึงรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศไทย ทั้งนี้ ได้พิจารณาระยะเวลาเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าทดแทนให้สอดคล้องตามปริมาณลิกไนต์สำรองที่มีอยู่ในเหมืองแม่เมาะ เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งหากมีการดำเนินโครงการ ณ ปี พ.ศ. 2569 จะมีกำลังผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 1,315 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย 1) โคร