โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำอีมูน, สปป ลาว

เจ้าของโครงการ : Chaleun Sekong Energy Co., Ltd., Lao PDR และ Song Da 5 Joint Stock Company, Vietnam งานออกแบบโครงการไฟฟ้าพลังน้ำอีมูน เป็นโครงการ ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 129 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่เมืองดักจึง แขวงเซกอง สปป.ลาว ทีมกรุ๊ปได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ดำเนินงานออกแบบ รายละเอียดงานทางธรณีเทคนิคและงานโครงสร้างคอนกรีต ใต้ดินและบนดิน
โครงการเอกชนร่วมลงทุน ในการบำบัดน้ำเสียและนำกลับมาใช้ใหม่ ในพื้นที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เจ้าของโครงการ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการบำบัดน้ำเสียและนำกลับมาใช้ใหม่เป็นส่วนหนึ่ง ของโครงการ “SMART 4 – เมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ” (Chula Smart City) ตั้งอยู่ในบริเวณสวนหลวง-สามย่านของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำน้ำทิ้งจาก การอุปโภคและบริโภคมาบำบัดและนำกลับมาใช้ใหม่ ทีมกรุ๊ปได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บริหารจัดการ บำรุงรักษา ระบบ และจ่ายน้ำที่บำบัดแล้วให้แก่สำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ ตลอดระยะเวลาสัมปทาน 10 ปี และนับเป็นโครงการแรกที่ ทีมกรุ๊ปร่วมลงทุนในสัญญารูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน โดยได้ดำเนินการติดตั้งระบบ Water Recycling ขนาดกำลัง การผลิตไม่ต่ำกว่า 200 ลูกบาศก์เมตร/วัน โดยรับน้ำทิ้ง จากอาคาร CU Terrace และอาคาร CU I-House มาบำบัด และปล่อยลงสู่สระน้ำของอุทยานจุฬาฯ 100 ปี ซึ่งมีการ ตรวจวัดคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) เพื่อนำส่ง ผลตรวจวัดไปยังระบบ Cloud แบบเรียลไทม์ (Real-time) สำหรับบริหารจัดการและควบคุมคุณภาพน้ำ
โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 สปป.ลาว

เจ้าของโครงการ : บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) / บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด / บริษัท น้ำงึม 2 พาวเวอร์ จำกัด ขอบเขตงานบริการ : ออกแบบรายละเอียด จัดทำแผนการด้านสิ่งแวดล้อมและการโยกย้ายประชาชน โครงการเขื่อนกักเก็บน้ำและโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 ตั้งอยู่บนลำน้ำงึม บ้านห้วยบ่อ แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เป็นโครงการพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งก่อสร้างดำเนินการและได้รับการสนับสนุนโดยกลุ่มคนไทยที่มีความเกี่ยวข้องทางด้านการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เขื่อนน้ำงึม 2 เป็นเขื่อนหินถมบดอัดดาดหน้าคอนกรีต สูง 181 เมตรยาว 485 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 6,774 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระดับเก็บกักสูงสุด 375 เมตร ท้ายเขื่อนมีโรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำกำลังการผลิต 615 เมกะวัตต์ประกอบด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่องมีอัตราการผลิตไฟฟ้า 2,218 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี โดยส่งไฟฟ้าขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เจ้าของโครงการ : กรมชลประทาน ขอบเขตงานบริการ : ออกแบบรายละเอียด และควบคุมงานก่อสร้าง เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำริให้กรมชลประทาน สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและดินเปรี้ยวในเขตจังหวัดนครนายก อีกทั้ง เป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรม แม้ว่าจะได้รับการต่อต้าน คัดค้านจากนักวิชาการและนักต่อต้าน แต่พระองค์ก็ทรงหาวิธีแก้ปัญหาจนในที่สุดโครงการก็ได้รับการยอมรับจากประชาชน และสามารถเดินหน้าไปได้จนสำเร็จ เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2547 สามารถกักเก็บน้ำได้ 224 ล้าน ลบ.ม. ส่งให้แก่พื้นที่ชลประทาน 185,000 ไร่ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ทีมกรุ๊ปได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการประกวดราคาและว่าจ้างผู้รับจ้างทบทวน ตรวจสอบและอนุมัติแบบก่อสร้าง ควบคุมการก่อสร้าง พร้อมทั้งฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ โดยจัดให้มีการอบรม แบบ On-the-job Training
โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี สปป.ลาว

เจ้าของโครงการ : บริษัท ช.การช่าง จํากัด (มหาชน) บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ขอบเขตงานบริการ : ศึกษาความเหมาะสม จัดทำแผนการด้านสิ่งแวดล้อมและการโยกย้ายประชาชน ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อน โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแขวงหลวงพระบางบริเวณเหนือน้ำ และแขวงปากลาย บริเวณท้ายน้ำ เป็น 1 ใน 9 โครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่มีศักยภาพสูงบนลำน้ำโขง เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายน้ำล้นแห่งนี้ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2562 และจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1,285 เมกะวัตต์ ก่อนหน้านี้ทีมกรุ๊ปได้รับมอบหมายให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการ ต่อมาในปี 2552 เราได้รับความไว้วางใจให้ออกแบบรายละเอียดงานด้านโยธาประเมินราคา กำหนดแผนการดำเนินงาน ตลอดจนจัดเตรียมเอกสารประมูลและสัญญา รวมถึงงานติดตั้งเครื่องมือและตรวจวัดอุปกรณ์ทางธรณีเทคนิค
โครงการพัฒนาระบบประปา แผนหลักครั้งที่ 8

เจ้าของโครงการ : การประปานครหลวง (กปน.) ขอบเขตงานบริการ : ควบคุมงานก่อสร้างและการคัดเลือกผู้รับจ้างสัญญาต่างๆ การประปานครหลวง (กปน.) ได้ดำเนินการก่อสร้างตามโครงการประปาแผนหลักครั้งที่ 8 เพื่อเพิ่มกำลังผลิตน้ำที่โรงงานผลิต ก่อสร้างและปรับปรุงประสิทธิภาพการสูบจ่ายน้ำที่สถานีสูบจ่ายน้ำต่างๆ ให้มีความสามารถสูบจ่ายน้ำประปาได้ตามความต้องการของผู้ใช้น้ำ โดยการขยายกำลังการผลิตที่โรงงานผลิตน้ำบางเขน มหาสวัสดิ์ สามเสนและธนบุรี เป็น 6.32 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน รวมทั้งขยายกำลังการผลิตที่โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ และบางเขน พร้อมงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอีกแห่งละ 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จัดซื้อและติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ชนิดต่างๆ ที่สถานีสูบน้ำดิบและโรงสูบส่งน้ำ เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและเพิ่มศักยภาพระบบประปา สามารถบริการน้ำประปาแก่ประชาชนที่ยังไม่มีน้ำสะอาดสำหรับอุปโภค-บริโภคให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายขยายพื้นที่บริการน้ำประปาออกไปอีกประมาณ 200 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้ กำลังผลิตน้ำดังกล่าวจะสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างพอเพียงจนถึงพ.ศ. 2560
โครงการขยายกําลังการผลิตน้ำประปาในเขตนครหลวง

เจ้าของโครงการ : การประปานครหลวง (กปน.) ขอบเขตงานบริการ : ควบคุมงานก่อสร้างและการคัดเลือกผู้รับจ้างสัญญาต่างๆ ความต้องการใช้น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง กปน. จึงเร่งดําเนินการขยายกําลังการผลิต และวางโครงข่ายอุโมงค์ส่งน้ำให้เชื่อมต่อกันให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทีมกรุ๊ป ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและขยายโรงกรองน้ำประปามหาสวัสดิ์ จังหวัดนนทบุรี มาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2538 โดยในปี 2552 เราได้ดําเนินการสํารวจและออกแบบโครงการโรงกรองน้ำประปาและท่อส่งน้ำประปามหาสวัสดิ์ ระยะที่ 4 โครงการขยายกําลังการผลิตของโรงกรองน้ำประปามหาสวัสดิ์ แบ่งเป็น 8 ระยะ แต่ละระยะจะเพิ่มกําลังการผลิตน้ำครั้งละ 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เมื่อระยะที่ 4 ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะผลิตน้ำได้วันละ 1.6 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับความต้องการใช้น้ำในกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี และจังหวัดนนทบุรี และเมื่อดําเนินการครบทุกระยะในปี 2560 แล้ว จะทําให้โรงกรองน้ำประปามหาสวัสดิ์ มีกําลังการผลิตน้ำถึงวันละ 3.2 ล้านลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ เรายังเป็นผู้ควบคุมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 3
โครงการขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุย ระยะที่ 1 ส่วนที่ 2

เจ้าของโครงการ : การประปาส่วนภูมิภาค ขอบเขตงานบริการ : ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่ การประปาส่วนภูมิภาคจึงมีความประสงค์จะก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขา เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ระยะที่ 1 ส่วนที่ 2 โครงการนี้ เป็นการวางท่อน้ำประปาจากบ้านดินแดงสามัคคี ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก ลอดใต้ทะเลไปถึงบ้านพังกา อ.เกาะสมุย การก่อสร้างโครงการประกอบด้วย งานวางท่อส่งน้ำบนฝั่งสุราษฎร์ธานี ใช้ท่อเหล็กเหนียว เส้นผ่าศูนย์กลาง 700 มม. ความยาวรวมประมาณ 34 กม. งานวางท่อใต้ทะเลโดยใช้ท่อส่งน้ำ HDPE เส้นผ่าศูนย์กลาง 800 มม. ชั้น PN 10 ความยาวประมาณ 20 กม. และการก่อสร้างจุดขึ้น-ลงทางทะเลของท่อ ส่งน้ำ HDPE จะต่อเชื่อมกับท่อเหล็กเหนียวบริเวณ ชายหาดอ่าวพังงา และงานระบบไฟฟ้า/ระบบควบคุม การประปาส่วนภูมิภาคได้มอบหมายให้ทีมกรุ๊ปเป็น ที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง
โครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เจ้าของโครงการ : กรมชลประทาน ขอบเขตงานบริการ : ศึกษาวางโครงการ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น สำรวจออกแบบ โครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีวัตถุประสงค์ในการช่วยระบายน้ำท่วมขังจากพื้นที่ตอนบนทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำ พร้อมสถานีสูบน้ำ โดยมี “แก้มลิง” ทำหน้าที่รวบรวม รับ และดึงน้ำท่วมขังจากพื้นที่ตอนบนลงมาเก็บไว้ในคลองมหาชัย-คลองสนามชัย และระบายออกผ่านทางคลองมหาชัย คลองขุนราชพินิจใจ และคลองที่เชื่อมระหว่างคลองมหาชัยกับทะเล ทีมกรุ๊ป ได้รับความไว้วางใจจากกรมชลประทานให้ดำเนินการศึกษาวางโครงการ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น สำรวจออกแบบประตูระบายน้ำ 12 แห่ง ประตูน้ำ 1 แห่ง และ สถานีสูบน้ำ 3 แห่ง ศึกษาด้านอุทกวิทยาโดยใช้แบบจำลอง MIKE 11 ออกแบบอาคารต่างๆ คำนวณปริมาณงานและราคาค่าก่อสร้าง จัดทำเอกสารประกวดราคา และรายละเอียดด้านวิศวกรรม
โครงการอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

เจ้าของโครงการ : บริษัท กิจการร่วมค้าไอเอ็น จํากัด ขอบเขตงานบริการ : ควบคุมงานก่อสร้าง ทีมกรุ๊ป เป็นผู้ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบและคลองลาดพร้าว สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ประมาณ 150 ตารางกิโลเมตรในเขตบางกะปิ วังทองหลาง ห้วยขวาง ดินแดง พญาไท สะพานสูง ลาดพร้าว บึงกุ่ม คันนายาว ลาดกระบัง และมีนบุรี ซึ่งมักประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานทุกปี อุโมงค์ดังกล่าวมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร สร้างจากบึงพระราม 9 ไปตามคลองแสนแสบ ซอยสุขุมวิท 71 ถนนสุขุมวิทและคลองพระโขนง รวมระยะทาง 5.11 กิโลเมตร ปลายอุโมงค์เป็นสถานีสูบน้ำที่มีกําลังดึงน้ำรวม 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคลองพระโขนง และเป็นอุโมงค์ระบายน้ำที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน สร้างที่ระดับความลึกถึง 27 เมตร ซึ่งลึกกว่าอุโมงค์ของรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารหรือสิ่งก่อสร้างบนพื้นดิน